การประเมินศักยภาพกลุ่มอุตสาหกรรมด้วย ทฤษฎีระบบเพชร Diamond Model

|

Diamond Model คือ กรอบแนวคิด หรือ ตัวแบบสำหรับการวิเคราะห์ความสามารถในการแข่งขันขันเครือข่ายวิสาหกิจ หรือ คลัสเตอร์ โดยเป็นการพิจารณาและประเมินสภาวการณ์ปัจจุบันของปัจจัยแวดล้อมทางธุรกิจที่สำคัญ 4 ด้านที่จะมีผลกระทบต่อความสามารถในการเพิ่มผลิตภาพ (productivity) ของบริษัทที่อยู่ในเครือข่ายวิสาหกิจ อันจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเครือข่ายวิสาหกิจนั้นๆ โดยรวม ในท้ายที่สุดว่าสภาวการณ์เหล่านั้น มีลักษณะที่จะเป็นการเอื้อหรือจะเป็นอุปสรรคต่อการปรับปรุงหรือพัฒนาผลิตภาพของธุรกิจในเครือข่ายวิสาหกิจนั้นๆหรือไม่ อย่างไร และมากน้อยเพียงใด รวมไปถึงการวิเคราะห์บทบาทของภาครัฐที่จะมีผลต่อปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ทั้ง 4 ด้าน ทั้งนี้ปัจจัยดังกล่าวประกอบด้วยปัจจัยที่เป็นบวกและลบ รวม 4 ด้านหลัก ได้แก่

  1. ปัจจัยและเงื่อนไขที่เป็น Input ของการพัฒนาอุตสาหกรรม ( Factor Conditions) ได้แก่ ทรัพยากรธรรมชาติ ,แรงงาน ,เงินทุน ,ระบบสาธารณูปโภค
  2. อุปสงค์ของสินค้า/บริการ (Demand Conditions) ได้แก่ ยอดสั่งซื้อ, ความต้องการเชิงปริมาณ, ความต้องการเชิงคุณภาพ, ขนาดของผู้บริโภค
  3. อุตสาหกรรมที่สนับสนุนและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง (Related and Supporting Industries) ได้แก่ ความช่วยเหลือจากผู้ซื้อ, ผู้ขายหรือผู้จำหน่าย, จำนวนวิสาหกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน, การซื้อวัตถุดิบร่วมกันในอุตสาหกรรมประเภทเดียวกัน
  4. กลยุทธ์ของบริษัท โครงสร้างอุตสาหกรรมและคู่แข่ง (Firm Strategy, Structure and Rivalry) ได้แก่ คุณภาพของสินค้า การสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์เพื่อโอกาสทางการตลาด การแข่งขันในตลาด การประชาสัมพันธ์ให้ตัวสินค้า การรับรองมาตรฐานต่าง ๆ เพื่อความเชื่อมันของผู้บริโภค Supply Chain อัตราสินค้าเสีย และมีปัจจัยภายนอกเพิ่มเติมอีก 2 ปัจจัย คือ การเปลี่ยนแปลงในอนาคต และกฎระเบียบและนโยบายของรัฐที่เกี่ยวโยงกับองค์ประกอบหลักทั้งสี่ด้าน ดังภาพที่แสดงความสัมพันธ์ของปัจจัย 4 ด้าน

อ้างอิงจาก :การะเกด โชติชินรัตน์