การตรวจสอบคุณภาพของผ้าไหมก่อนการเลือกซื้อ

|

ผ้าไหมเป็นผ้าที่ได้จากผลผลิตทางธรรมชาติ นำมาผ่านกระบวนการผลิตผ้าไหมที่เป็นงานศิลปหัตถกรรมชั้นยอด โดยในแต่ละภูมิภาค จะมีเอกลักษณ์ รูปแบบ ลวดลาย รวมถึงวัตถุดิบที่ใช้แตกต่างกัน ในการที่เราเลือกซื้อผ้าไหมให้ได้คุณภาพดีนั้น ควรที่จะพิจารณาคุณลักษณะต่างๆ เพื่อเป็นองค์ประกอบ ในการตัดสินใจซื้อ ดังนี้

  1. การตรวจดูเนื้อผ้า
    เนื้อผ้าที่ได้คุณภาพ ต้องมีเนื้อแน่นพอสมควรไม่บางหรือหลวมจนเกินไป ผ้าไหมจะมีเนื้อผ้าทั้งแบบเรียบและแบบหยาบ ในแบบเรียบอาจจะมีขี้ไหมอยู่บ้าง ซึ่งเป็นที่ยอมรับได้ ส่วนในแบบหยาบจะมีขี้ไหมอยู่ตลอดทั้งผืน ซึ่งทอจากเส้นไหมบ้านที่มีลักษณะตะปุ่มตะป่ำไม่เรียบ สาเหตุที่เนื้อผ้าหลวม เกิดจากฟันฟืมห่างเพราะเก่าแล้ว หรือผู้ทอ ทอได้ไม่แน่น
  2. การตรวจดูลายผ้า
    ลายผ้า ควรเลือกซื้อลายที่มีความสม่ำเสมอกันตลอดทั้งผืน ผ้าบางชิ้นอาจจะมีลายเล็กใหญ่ไม่เสมอกัน ควรต้องใช้ความละเอียดรอบคอบในการพิจารณาเลือกซื้อ สาเหตุที่ทำให้ลายไม่สม่ำเสมอ เกิดจากความบกพร่องในกระบวนการทอ ทำให้ลายไม่ต่อเนื่องเช่น เส้นไหมขาดทำให้เกิดการเลื่อนของลายที่มัดย้อมไว้แล้ว
  3. การตรวจดูสีผ้า
    สีผ้าไหม ควรเลือกผ้าที่มีสีสม่ำเสมอกันทั่วทั้งผืน ไม่อ่อนหรือเข้มแตกต่างกัน ยกเว้นผ้าไหมบางแบบ ที่มีริ้วลายของสี ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของผ้าไหมแบบนั้นๆ หรือเป็นความตั้งใจของผู้ออกแบบเอง สาเหตุ ที่ทำให้สีไม่สม่ำเสมอส่วนใหญ่เกิดจากเส้นไหมที่นำมาทอมีการอุ้มสีไม่เสมอกัน ผู้ทอจึงต้องมีความชำนาญอย่างมากในการเลือกเส้นไหมและกระบวนการในการย้อมสีต้องพิถีพิถัน เพราะเส้นไหมดิบจะไม่สามารถมองเห็นความแตกต่างได้ชัดนัก ต้องให้ผ่านการฟอกย้อมสีแล้วก็อาจจะเห็นได้ไม่ชัด จึงเป็นเรื่องของภูมิความรู้หรือความชำนาญเฉพาะด้านของผู้ทอแต่ละคนในการคัดเลือกวัตถุดิบ และดำเนินกระบวนการต่างๆด้วยความพิถีพิถันและรอบคอบ

การพิจารณาเลือกผ้าไหมแท้
ผ้าไหมเป็นผ้าที่ได้จากเส้นใยธรรมชาติ ซึ่งจะมีความแตกต่างจากเส้นใยสังเคราะห์ คือ จะมีความโปร่ง น้ำหนักเบาและถ่ายเทอากาศได้ดีกว่าเส้นใยสังเคราะห์ แต่ปัจจุบันเส้นใยสังเคราะห์มีการพัฒนาคุณสมบัติของเส้นใย ให้มีคุณลักษณะคล้ายคลึงกับเส้นไหมมาก เราจึงต้องมีวิธีการเลือกพิจารณาเพื่อให้ได้ผ้าไหมแท้ ดังนี้

  1. ใช้สายตาพิจารณาความมันเงาและพื้นผิวผ้า ผ้าไหมแท้ที่เนื้อละเอียดจะมีความเงา ซึ่งทอจากไหมเส้นเล็กอาจจะมีขี้ไหมอยู่บ้างเล็กน้อย ถ้าเป็นผ้าไหมเนื้อหยาบจะมีความเงาน้อย มีขี้ไหมอยู่ทั่วทั้งผืน ซึ่งเป็นธรรมชาติของผ้าไหมเนื้อหยาบ
  2. ใช้การทดสอบโดยการสัมผัสเส้นใย โดยการลองดึงเส้นไหมจากผ้าในแนวตั้งและแนวนอน เพราะผ้าไหมบางผืนอาจจะมีผ้าไหมแท้เพียงครึ่งเดียว นั่นคือ ทางทอหรือแนวนอนอาจเป็นใยสังเคราะห์ ซึ่งเมื่อสัมผัสดูแล้ว จะพบว่ามีลักษณะเนื้อหยาบและคม แต่แนวตั้งเป็นเส้นใยธรรมชาติ ซึ่งเมื่อสัมผัสดูแล้ว จะพบว่ามีลักษณะเนื้อละเอียดและไม่คมแต่อย่างใด
  3. ใช้การทดสอบโดยการจุดไฟเผา โดยดึงเส้นใยออกมาแล้วจุดไฟเผา และสังเกตดูลักษณะของเส้นใย ถ้าเส้นใยที่ไหม้นั้นมีลักษณะการหดตัวเล็กน้อย ไม่เป็นก้อน และอาจมีกลิ่นเหม็นไหม้คล้ายกับผมไหม้ แสดงว่าเป็นเส้นใยธรรมชาติ แต่ถ้าเส้นใยที่จุดไฟนั้นมีลักษณะหดตัว จับกันเป็นก้อนเหนียวและมีกลิ่นคล้ายพลาสติกไหม้ไฟ แสดงว่าเป็นเส้นใยสังเคราะห์

***นอกจากนี้ ยังต้องสังเกตเถ้าจากการเผาไหม้ ถ้าเป็นเส้นใยจากธรรมชาติเถ้าจะมีลักษณะเปราะ เมื่อใช้นิ้วมือบีบหรือขยี้จะแตกเป็นผง แต่ถ้าเป็นเส้นใยสังเคราะห์จะมีลักษณะไม่เป็นเถ้า แต่จะเป็นก้อนเหนียว

อ้างอิงจาก :Cluster