เครือข่ายคุณภาพไทยสู่ตลาดของผู้บริโภค (โครงการต่อยอดการพัฒนาคลัสเตอร์ชา จังหวัดเชียงราย)

ชื่อกลุ่มคลัสเตอร์
เครือข่ายคุณภาพไทยสู่ตลาดของผู้บริโภค (โครงการต่อยอดการพัฒนาคลัสเตอร์ชา จังหวัดเชียงราย)
ปีที่ก่อตั้ง
ประเภทอุตสาหกรรม
อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป
ภาค
เหนือ
จังหวัด
เชียงราย
หน่วยงานดูแล
ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1

 

แนวทางการพัฒนา
วิสัยทัศน์
ชาอินทรีย์แม่สลองไทยคุณภาพก้าวไกลสู่สากล
พันธกิจ
  1. มุ่งส่งเสริมความเข้มแข็งของสมาชิกภายในกลุ่มและส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสมาชิกด้วยกัน
  2. เน้นปฏิบัติตามหลักเกษตรเกษตรอินทรีย์สากล
  3. ส่งเสริมการรวมกลุ่มแบบเครือข่ายวิสาหกิจ (คลัสเตอร์) เพื่อให้เกิดการพัฒนากระบวนการผลิต การแปรรูปและเพิ่มผลิตภาพ (Productivity)
  4. ประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐในการนำมาตรฐานและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการผลิตชาอินทรีย์ให้มีคุณภาพเป็นไปตามที่ตลาดต้องการ
กิจกรรมของคลัสเตอร์ (โครงการนำร่อง)
  1. สัมมนาสร้างความสัมพันธ์การเป็นพันธมิตรธุรกิจ
    1. สร้างความคุ้นเคยและลดความไม่ไว้วางใจกันในระหว่างสมาชิกกลุ่ม
    2. สร้างพันธมิตรในการดำเนินธุรกิจในนามคลัสเตอร์
    3. ผลการดำเนินกิจกรรมนำไปสู่การทบทวนผังโครงสร้างการบริหารของคลัสเตอร์
  2. ประชุมคณะกรรมการบริหารคลัสเตอร์
    1. เพื่อทราบความก้าวหน้าการดำเนินกิจกรรมต่างๆ
    2. สร้างความเข้มแข็งและความเชื่อมั่นให้แก่สมาชิกกลุ่มในการดำเนินงานรูปแบบคลัสเตอร์
    3. สร้างโอกาสทางธุรกิจกรณีขยายตลาดและปริมาณขายสินค้า
    4. สร้างภาพลักษณ์ที่ดีและความน่าเชื่อถือในการเข้าถึงแหล่งทุน แหล่งความรู้ เพื่อพัฒนาคลัสเตอร์
  3. ฝึกอบรมผู้ประสานงานคลัสเตอร์
    1. เสริมสร้างการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ปัญหา ข้อคิดเห็น ในระหว่างสมาชิกคลัสเตอร์
    2. เพิ่มความไว้วางใจกันในระหว่างสมาชิกคลัสเตอร์
  4. บ่มเพาะองค์ความรู้ด้านการบริหารและการตลาด
    1. เพิ่มองค์ความรู้ให้แก่สมาชิกคลัสเตอร์
    2. สมาชิกคลัสเตอร์ที่มีความพร้อมในการพัฒนา สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจของตนเองได้ตามต้องการ
  5. โครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านมาตรฐาน
    1. กิจกรรมฝึกอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพบุคลากรสมาชิกคลัสเตอร์
      1. ที่ปรึกษาประสานงาน ศภ. 1 เพื่อฝึกอบรมรวมให้แก่สมาชิกคลัสเตอร์มาตรฐาน GMP (อย.)
      2. ที่ปรึกษาประสานงาน ศภ. 1 เพื่อฝึกอบรมรวมให้แก่สมาชิกคลัสเตอร์มาตรฐาน GMP (Codex)
      3. ที่ปรึกษาประสานงาน ศภ. 1 เพื่อฝึกอบรมรวมให้แก่สมาชิกคลัสเตอร์มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ระบบกลุ่มและการตรวจประเมินภายในกลุ่ม (ระดับสากล)
      4. ที่ปรึกษาประสานงาน ศภ. 1 เพื่อฝึกอบรมรวมให้แก่สมาชิกคลัสเตอร์มาตรฐาน HALAL
      5. ที่ปรึกษาประสานงาน ศภ. 1 เพื่อฝึกอบรมให้แก่สมาชิกที่มีความต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์
    2. กิจกรรมจัดทำและพัฒนายกระดับการแปรรูปตามมาตรฐานต่างๆ
      1. จัดทำและพัฒนายกระดับการแปรรูปตามมาตรฐาน GMP (อย.) มาตรฐาน GMP (Codex)
      2. จัดทำและพัฒนายกระดับการผลิตและแปรรูปตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ระบบกลุ่ม
      3. จัดทำและพัฒนายกระดับการแปรรูปตามมาตรฐาน HALAL
      4. พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้แก่สมาชิกที่มีความต้องการตามผลการวิเคราะห์ข้อมูลสมาชิกคลัสเตอร์
    3. บ่มเพาะและเพิ่มองค์ความรู้ด้านมาตรฐานที่เกี่ยวข้องให้แก่สมาชิกคลัสเตอร์ จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลสมาชิกกลุ่มที่เข้าใหม่และความคืบหน้าการดำเนินงานของสมาชิกเดิม ประกอบด้วยมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบกลุ่มและการตรวจประเมินภายในกลุ่ม มาตรฐาน GMP (อย.) มาตรฐาน GMP (Codex) มาตรฐาน HALAL และการพัฒนาผลิตภัณฑ์
    4. สมาชิกกลุ่มที่มีความจำเป็นและความต้องการในการจัดทำมาตรฐานที่ตนเองเกี่ยวข้องเพื่อนำไปใช้พัฒนาธุรกิจของตน สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ได้ตามความต้องการ ภายใต้การกำกับดูแลของผู้เชี่ยวชาญ
  6. โครงการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือพัฒนาธุรกิจ
    1. กิจกรรมฝึกอบรมบ่มเพาะองค์องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาธุรกิจ
    2. กิจกรรมทดลองดำเนินการนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปใช้พัฒนาธุรกิจสมาชิกคลัสเตอร์ที่มีความพร้อม ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญประเมินและสรุปผลการทดลองโครงการนำร่อง
      1. บ่มเพาะองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเป็นเครื่องมือช่วยดำเนินธุรกิจให้แก่สมาชิก คลัสเตอร์ที่มีความพร้อมรับองค์ความรู้และเทคโนโลยีดังกล่าว
      2. สมาชิกคลัสเตอร์ที่มีความพร้อมในการพัฒนา สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจของตนเองได้ตามต้องการ
  7. ฝึกอบรมบ่มเพาะองค์ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญา
    1. บ่มเพาะองค์ความรู้ให้แก่สมาชิกคลัสเตอร์ เพื่อให้เข้าใจถึงความสำคัญของการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาและขั้นตอนการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา
    2. สร้างความตระหนักถึงการหลีกเลี่ยงการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในระหว่างสมาชิกคลัสเตอร์
    3. สมาชิกรายกลางและรายย่อยได้มาโอกาสแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและเรียนรู้แนวทางการสร้างทรัพย์สินทางปัญญาจากผู้ประกอบการ
รายชื่อสมาชิก

อันดับที่บริษัท/ร้านที่ตั้งสถานประกอบการชื่อ-สกุล ผู้ติดต่อข้อมูลการติดต่อ

1 บริษัท ใบชาโชคจำเริญ จำกัด 5 หมู่ 1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 57110 นายจำเริญ ชีวินเฉลิมโชติ
 (Mr.Jamroen Cheewinchalermchote) 081-883-4875
2 ร้านชาหงษ์ฉี 27 หมู่ 1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 57110 นายศักดิ์ชัย ชีวินมงคลไพร
 (Mr.Sakchai Cheewinmongkolpai) 085-528-9039
, 089-633-8169
3 ร้านอาหารล้านช้าง 777 ม.9 ต.นาอาน อ.เมือง จ.เลย
 42000 น.ส.มณีรักษ์ ไตรรัตนพงษ์ 
089-701-7965, 
083-573-9606
4 GOLDEN TEA CO., LTD.
 ชาวินเทจที 591 หมู่ 1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 57110 นางสังวาลย์ ชีวินมงคลวุฒิ 086-920-3259
, 086-187-7088
5 โรงงานชาเหยงหง
 YENG HONG TEA FACTORY 8/1 หมู่ 1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 57110 นายหิรัญ ชีวินวงศ์ปฐม 081-882-7201
6 ร้านชาสมบัติ 
SOMBAT TEA 401/39 หมู่ 1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 57110 นายสมบัติ ทวีอภิรดีสาธิต 083-201-4436
7 ร้านชาหยวนหม่าง
 YUAN MANG TEA 5/9 หมู่ 1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 57110 นางจริยา เจริญทั้งลาภยศ 089-756-9809
8 ร้านชาเฉินหลิน 
Chen Kin Tea 43/1 หมู่ 1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 57110 นายเอี่ยวจื้อ แซ่จัง 087-022-6688
9 บริษัท จตุพลาชาไทย (ดอยแม่สลอง) จำกัด 888 หมู่ 1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 57110 นายจตุพล ชีวินเฉลิมโชติ 081-952-5219
10 วิสาหกิจชุมชนภูมินิยมฟาร์ม (Phumi Niyom Farm) 15 หมู่ 8 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 57110 นายโสภณ ชีวินประภาศรี 081-288-6603, 
053-760-150
11 บริษัท เจ.เอส.เอ็น.อิมพอร์ต เอ็กซ์พอร์ต จำกัด (J.S.N.Import Export Co., Ltd.) 72/2 หมู่ 1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 57110 นางบัวมัน ชมพู 
081-906-7668
12 ไทยสงวนใบชา 
Thai Sanguan Tea 22/3 หมู่ 1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 57110 นายบุญช่วย สุดยอดสำราญ 081-716-4516
086-912-0483
13 ไร่ชาหงษ์ผู่ 
Hong Fu Tea 13/3 หมู่ 1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 57110 นางสาวปราณี เนรกัณฐีกุล 081-530-5362
14 ร้านชาจื่อหลง
 Zi Long Tea 49/4 หมู่ 1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 57110 นายยุทธนา พงศ์พิริยะนนท์ 081-386-3164
15 ร้านชาเหลียงยี่ 
Liang Yi Tea 894 หมู่ 1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 57110 นางนาแซะ แซ่หลี่ 084-687-2628
16 บริษัท วังพุดตาล จำกัด
 Wang Puttan Co., Ltd. 895 หมู่ 1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 57110 นายนคร ชีวินกุลทอง 089-995-4066
17 ร้านชาแสงอรุณ 
Sang Arun Tea 896 หมู่ 1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 57110 นายชำนาญ ชีวินอิสระโรจน์ 089-112-2808
, 089-892-2732
18 ร้านชาเซียงยี่ 
Siangyee Tea 897 หมู่ 1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 57110 นายเซียงซี่ แซ่ถัง 080-503-7120, 
086-030-6025
19 หจก.ชาหมิงหยง 32/6 หมู่ 1 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 57110 นายพงษ์พันธ์ ชีวินวรกุล 085-712-6668
20 ชากาญจนา 6/7 หมู่ 6 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 57110 นางกาญจนา ชีวินรุ่งโรจน์ 085-356-6568
21 โรงงานชามิ่งดี 15 หมู่ 20 ต.วาวี อ.แม่สวย จ.เชียงใหม่ 50110 นางธนวรรณ เศวตโขติ 081-992-7686
, 053-760-150
22 บริษัท ไทยลาฮูกาแฟและชา จำกัด 613 หมู่ 5 ต.เวียง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ 50110 นายศุภโชค ไชยกอ 081-033-9273
, 053-451-070
23 ร้านค้าชาวเขาในพระบรมราชานุเคราะห์ 289 หมู่ 15 ต.แม่สวย อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ 50280 นายพยุงศักดิ์ ไชย 086-421-9064
24 โครงการกำลังใจในพระราชดำริ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เรื่อนจำชั่วคราวแคน้อย หมู่ 10 ต.สะเดียง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ 67000 นางสาวประภาสร จันหัวนา 083-954-7824
25 วิสาหกิจชุมชนสันมหาพน 37 หมู่ 4 สันมหาพน อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ 50150 นางมุทิตา สุวรรณคำขาว 086-670-9269
26 บริษัท ชาระมิง จำกัด 151 หมู่ 4 ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000 นางสุพิศ ดวงสว่าง 089-552-2123
SWOT
จุดแข็งจุดอ่อนโอกาสอุปสรรค
  1. พื้นที่เป้าหมายโครงการส่วนใหญ่มีความพร้อมด้านทรัพยากรการผลิต และโครงสร้างพื้นฐาน เช่น แหล่งน้ำ ระบบส่งน้ำ คุณภาพของดิน เป็นต้น
  2. มีขอบเขตการดำเนินงานโครงการที่ชัดเจน ได้แก่ พื้นที่ดำเนินการ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ และระยะเวลาดำเนินการ
  3. ที่ปรึกษามีประสบการณ์สามารถถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีให้เกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติได้
  4. เกษตรกรมีโอกาสเข้าถึงแหล่งความรู้ และเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น
  5. ผู้บริหารตั้งแต่ระดับกระทรวงจนถึงระดับจังหวัดให้ความสำคัญกับโครงการโดยมีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
  6. มีข้อมูลพื้นฐานในเชิงพื้นที่และครัวเรือนเกษตร เช่น ข้อมูลทะเบียนเกษตรกร ข้อมูลภาวะเศรษฐกิจ เป็นต้น
  7. มีการรวมกลุ่มของเกษตรกร ทำให้การดำเนินกิจกรรมร่วมกันก่อให้เกิดความเข้มแข็ง
  8. สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างภาคประชาชน ท้องถิ่น รัฐ และเอกชนเพื่อวิเคราะห์สภาพปัญหา ความต้องการ และแนวทางการแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่
  9. สมาชิกกลุ่มมีไร่ชาเป็นของตนเองและพร้อมพัฒนารวมถึงขยายพื้นที่ปลูกเป็นอินทรีย์
  10. สภาพพื้นที่ปลูกมีความเหมาะสมด้านภูมิศาสตร์และมีความเป็นเอกลักษณ์
  11. สมาชิกกลุ่มแต่ละรายมีทุนเป็นของตนเอง
  12. มีโรงงานแปรรูปเป็นของสมาชิกคลัสเตอร์เอง
  13. คลัสเตอร์มีสถาบันการศึกษาที่มีองค์ความรู้ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
  14. เป็นอาชีพที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมชุมชน
  15. ประธานกลุ่มมีภาวะผู้นำและสามารถประสานงานได้ดี
  1. งบประมาณที่ดำเนินงานโครงการไม่สอดคล้องกับแผนการปฏิบัติงาน
  2. เจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ที่มีความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านมีจำนวนจำกัด เช่น การจัดทำแผนที่รายแปลง การติดตามประเมินผล เป็นต้น
  3. การประชาสัมพันธ์สื่อสารโครงการมีน้อยอยู่ในวงจำกัด และการประชาสัมพันธ์รูปแบบการดำเนินงานโครงการที่ประสบความสำเร็จไม่ต่อเนื่อง ทำให้ความร่วมมือและการปฏิบัติงานโครงการในพื้นที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
  4. การปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ ยังไม่เกิดการบูรณาการอย่างแท้จริง
  5. ข้อมูลพื้นฐานของพื้นที่และเกษตรกรไม่เป็นปัจจุบัน
  6. การจัดการผลผลิตทางการเกษตรยังไม่ครบวงจร เช่น ขาดการเชื่อมโยงการตลาด การสร้างมูลค่าเพิ่ม เป็นต้น
  7. การถ่ายทอดนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้หน่วยงานต่างๆ ในบางพื้นที่ยังมีความเข้าใจและให้ความร่วมมือในการดำเนินงานไม่ต่อเนื่อง
  8. ผู้รับผิดชอบประสานงานโครงการ ยังขาดการประสานงานเชิงบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ อาจทำให้เกษตรกรขาดความมั่นใจในการเข้าร่วมโครงการ
  9. สมาชิกกลุ่มผู้ปลูกและผู้แปรรูปชาอินทรีย์ยังขาดความรู้ด้านเทคโนโลยีการแปรรูป
  10. ขาดความรู้ด้านมาตรฐานและคุณภาพ ทำให้มีปัญหาสารพิษตกค้าง
  11. ขาดสมาชิกคลัสเตอร์ที่ทำหน้าที่ด้านการวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์
  12. สถาบันการศึกษาที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานสนับสนุนด้านองค์ความรู้ยังขาดการประวานงานกันอย่างใกล้ชิด
  13. ยังไม่มีการวางแผนด้านตลาดชาอินทรีย์อย่างจริงจัง
  14. สมาชิกกลุ่มขาดความรู้ด้านการบริหารจัดการและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
  1. นโยบายบริหารจัดการแบบบูรณาการทำให้เกิดการดำเนินงานโครงการและการใช้จ่ายงบประมาณที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
  2. การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ปี 2558 ทำให้ตลาดผู้บริโภคเพิ่มขึ้นส่งผลต่อการผลิตและพัฒนาคุณภาพ
  3. สินค้าเพื่อการแข่งขันและสร้างโอกาสในการขยายตลาดสินค้ามากขึ้น
  4. ผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าที่มีคุณภาพและมีกำลังซื้อมากขึ้น
  5. นโยบาย Zoning เอื้อต่อการเพิ่มประสิทธิภาพและการผลิต Smart Farmer เพื่อยกระดับเกษตรกร และพัฒนาบุคลากรภาครัฐให้เป็น Smart Officer ต้นแบบ
  6. นโยบายการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร ส่งเสริมให้เกษตรกรทำการเกษตรด้วยระบบเกษตรยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  7. มีความสามารถขยายพื้นที่ปลูกชาอินทรีย์จากสภาพเศรษฐกิจครัวเรือนและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่เอื้ออำนวย
  8. มีแรงงานในพื้นที่พอเพียงและมีทักษะ
  9. ค่าจ้างแรงงานเหมาะสมและแรงงานพอใจกับผลตอบแทนที่ได้รับ
  10. สมาชิกกลุ่มหลายรายมีความสัมพันธ์เชิงบุคคลกับผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุ์ชา การปลูก การดูแลรักษา การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากชา รวมถึงศิลปะการชงชาจากไต้หวัน ทำให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีได้ง่ายและเร็ว
  11. คู่แข่งทางการค้าชาอินทรีย์ภายในประเทศยังน้อยมากและอยู่ในระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเช่นเดียวกัน ในขณะนี้จึงยังไม่มีผู้ประกอบการชาอินทรีย์รายใหม่เข้าสู่ตลาดแข่งขัน
  12. ตลาดชาอินทรีย์ทั้งในและต่างประเทศขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากกระแสด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
  13. ไม่มีผลิตภัณฑ์ทดแทนเนื่องจากชาอินทรีย์สายพันธุ์ต่างๆ มีกลิ่นรสเฉพาะตัวและมีความเป็นเอกลักษณ์
  14. คลัสเตอร์ชาอินทรีย์อยู่ในแผนยุทธศาสตร์และพัฒนาของอุตสาหกรรมจังหวัด และได้รับงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงาน
  15. ภาครัฐสนับสนุนให้พัฒนาคลัสเตอร์ชาอินทรีย์ที่สร้างอาชีพที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน สอดคล้องกับวิถีชีวิตและผลตอบแทนด้านเม็ดเงินกลับคืนสู่ชุมชนและประเทศ
  1. ความเจริญของสังคม ภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน จากพื้นที่เกษตรกรรมไปเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม ชุมชน ที่อยู่อาศัย และธุรกิจบริการ โรงแรม รีสอร์ท
  2. งบประมาณในการดำเนินงานโครงการไม่เพียงพอต่อการพัฒนาในระยะยาวที่เพียงพอ ทำให้ไม่เกิดการบูรณาการการทำงาน
  3. ความเชื่อมโยงการทำงานกับหน่วยงานต่างๆ ยังไม่ครอบคลุม และไม่เป็นเครือข่ายที่แท้จริง
  4. ภัยพิบัติทางธรรมชาติทำให้การปฏิบัติงานล่าช้า เช่น ภัยแล้งในปี 2558 น้ำท่วม ปี 2554 เป็นต้น
  5. พื้นที่ข้างเคียงบางพื้นที่ใช้สารเคมี เช่น ไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น ไม่เอื้อต่อการทำระบบเกษตรอินทรีย์
  6. หน่วยงานรัฐผู้รับผิดชอบเจ้าของพื้นที่ระดับจังหวัดขาดการดูแลด้านนโยบายพัฒนา
  7. คลัสเตอร์ชาอินทรีย์อย่างต่อเนื่อง
  8. งบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐไม่มีความต่อเนื่อง และมาจากหลายหน่วยงานที่มีลักษณะเนื้องานซ้ำซ้อน
  9. ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ได้แก่ ราคาน้ำมัน เป็นต้น อาจส่งผลถึงต้นทุนการผลิตชาอินทรีย์
  10. เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐของไทยที่รับผิดชอบยังไม่มีความรู้และความชำนาญด้านเทคโนโลยีการผลิตและแปรรูปชาอินทรีย์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานอย่างถ่องแท้ กลุ่มผู้ผลิตชาจึงต้องพึ่งพาตนเองเป็นหลัก
  11. หน่วยงานภาครัฐของไทยที่รับผิดชอบยังไม่มีการดำเนินการจัดทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์
  12. ชาอินทรีย์ จึงยังไม่มีการดำเนินการเปรียบเทียบมาตรฐานกับประเทศคู่ค้าและการประชาสัมพันธ์