เครือข่ายคลัสเตอร์แปรรูปอาหาร กรุงเทพฯและปริมณฑล (Thaifood Cluster)

ชื่อกลุ่มคลัสเตอร์
เครือข่ายคลัสเตอร์แปรรูปอาหาร กรุงเทพฯและปริมณฑล (Thaifood Cluster)
ปีที่ก่อตั้ง
2551
ประเภทอุตสาหกรรม
อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป
ภาค
กรุงเทพฯ และปริมณฑล
จังหวัด
กรุงเทพฯ และปริมณฑล
หน่วยงานดูแล
สำนักพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน
แนวทางการพัฒนา
  1. Matching กับประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทย  2 ครั้ง
  2. ออกงานแสดงสินค้าในประเทศ/ต่างประเทศ
  3. ปรับปรุงเครื่องจักรเพื่อลดแรงงานที่กำลังมีปัญหาขาดแคลน
  4. พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ นวัตกรรม  ออกสู่เชิงพาณิชย์
  5. ปรับปรุงอุปกรณ์บูธรวมให้เหมาะสมในรูปแบบและภาพลักษณ์เดียวกัน และสะดวกในการขนย้าย
  6. จัดอบรมเกี่ยวกับ Website ของกลุ่ม และการใช้ E-mail   เพื่อการสื่อสารภายในกลุ่ม
วิสัยทัศน์
“เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร  มีความสามารถในการแข่งขัน และเติบโตได้อย่างยั่งยืน
พันธกิจ
  1. พัฒนากลุ่มพันธมิตรอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารให้สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก
  2. ผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ  และมาตรฐานจนเป็นที่ยอมรับของลูกค้า
  3. เชื่อมโยงธุรกิจต้นน้ำ  กลางน้ำ  และปลายน้ำ  ให้มีประสิทธิภาพ
  4. สร้างนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้
กิจกรรมของคลัสเตอร์ (โครงการนำร่อง)
  1. ส่งเสริมความรู้และประโยชน์จากการรวมกลุ่มในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูปที่เกี่ยวข้อง
  2. เสริมสร้างและพัฒนาองค์ความรู้และศักยภาพเชิงธุรกิจของผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูป
  3. การจัดทำ Cluster Shop เพื่อใช้ในการเป็นสถานที่ในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ขณะเดียวกันกับที่เป็น One Stop Service เป็นศูนย์การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และบปะระหว่างกลุ่มที่เกี่ยวข้องภายในอุตสาหกรรมอาหาร
รายชื่อสมาชิก

อันดับที่บริษัท/ร้านที่ตั้งสถานประกอบการชื่อ-สกุล ผู้ติดต่อข้อมูลการติดต่อ

thaifood.cluster

SWOT
จุดแข็งจุดอ่อนโอกาสอุปสรรค
  1. มีการรวมกลุ่มกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งทำหมีความเข้มแข็งและความร่วมมือกันอย่างดี
  2. มีการรวมกลุ่มในการแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งทำให้เพิ่มโอกาสและช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้ามากขึ้น
  3. ผู้ผลิตอยู่ในธุรกิจเป็นระยะเวลายาวนาน มีประสบการณ์จากรุ่นต่อรุ่น และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ส่งผลให้มีการพัฒนานวัตกรรมการผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า
  4. มีการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องในทุกด้าน ทำให้เกิดความเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายธุรกิจ
  5. คุณภาพสินค้ามีมาตรฐานในระดับสากล มีการรับรองมาตรฐานการผลิต เช่น HACCP, GMP, IFOAM, Organic, ฮาลาล เป็นต้น
  6. สินค้ามีความหลากหลายและแตกต่างกัน ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารพิษ
  1. ขาดความร่วมมือและประสานงานกันระหว่างกลุ่มในบางส่วน
  2. ขาดการติดต่อสื่อสารภายในกลุ่ม เนื่องจาก มีช่วงเวลาว่างในการพบปะพูดคุยไม่ตรงกัน ทำให้มีการประชุมกันไม่มากเท่าที่ควร ส่งผลต่อการรวมตัวกัน
  3. การประชาสัมพันธ์กิจกรรมระหว่างกลุ่มไม่ทั่วถึง ทำให้ไม่มีกิจกรรมร่วมกัน
  4. ข้อจำกัดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยังขาดองค์ความรู้ ในการสร้างแบรนด์ของตัวเอง
  5. ยังไม่มีความพร้อมในการแข่งขันในตลาด AEC
  6. บรรจุภัณฑ์ยังไม่มีจุดดึงดูด และขณะเดียวกันการตลาดยังไม่ทั่วถึง ไม่มีการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ที่ดี ทำให้ยังไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  7. ขาดการตัดสินใจในการกำหนดทิศทางและแนวทางการพัฒนากลุ่มที่เหมาะสม
  1. กลุ่มลูกค้ามีความสนใจในเรื่องสุขภาพมากขึ้น และผลิตภัณฑ์เป็นทางเลือกอีกทางของผู้บริโภค
  2. โอกาสของการขยายไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่ม ASEAN
  3. ภาพลักษณ์การเป็นครัวของโลก และการพัฒนาจนเป็นผู้นำรายหนึ่งในอุตสาหกรรมอาหาร
  4. ผลิตภัณฑ์มีความหลากหลายทำให้สามารถเข้าไปได้ในหลายกลุ่มลูกค้า หลายตลาดทั้งภายในและภายนอก
  5. การสร้างแบรนด์ของกลุ่มมีความเป็นไปได้สูง
  6. ภาครัฐให้การสนับสนุนธุรกิจ
  1. ขาดทุนทรัพย์ในการขยายตลาด
  2. บางผลิตภัณฑ์ยังมีลักษณะที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในอนาคต
  3. ยังขาดโอกาสในการไดรับการส่งเสริมทางการตลาด และการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศยังค่อนข้างยาก เนื่องจากมาตรฐานผลิตภัณฑ์ยังไม่ถึง
  4. คู่แข่งขันรายใหญ่ในตลาดมีมาก อีกทั้งการค้าสมัยใหม่ (Modern Trade) มีข้อจำกัดในการเข้าสู่ระบบ ค่าใช้จ่ายสูง
  5. ต้นทุนวัตถุดิบมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ
  6. ยังขาดการสนับสนุนจากภาครัฐยังไม่มากเท่าที่ควร