กลุ่มอุตสาหกรรมคลัสเตอร์ผ้าไหมแพรวา

ชื่อกลุ่มคลัสเตอร์
กลุ่มอุตสาหกรรมคลัสเตอร์ผ้าไหมแพรวา
ปีที่ก่อตั้ง
2551
ประเภทอุตสาหกรรม
อื่นๆ (ผ้าและเครื่องแต่งกาย)
ภาค
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัด
กาฬสินธุ์
หน่วยงานดูแล
ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 5
แนวทางการพัฒนา
  1. เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจ ผ้าไหมแพรวา จังหวัดกาฬสินธุ์ เกิดความตระหนักและเห็น ความสำคัญของการรวมกลุ่มเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ
  2. เพื่อพัฒนาให้เกิดการรวมกลุ่มอุตสาหกรรมผ้าไหมแพรวา จังหวัดกาฬสินธุ์ และการดำเนินการของคลัสเตอร์ที่มีการกำหนดทิศทาง เป้าหมายและกลยุทธ์ รวมทั้งแผนปฏิบัติการในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของวิสาหกิจที่ชัดเจน
  3. เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในการดำเนินการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรม โดยการหาแนวทางร่วมกัน มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้และประสบการณ์ รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ทั้งในด้านการตลาด การผลิตและบุคลากร
  4. เพื่อสร้างศักยภาพในการแข่งขันให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
วิสัยทัศน์
มุ่งสร้างมาตรฐาน และเพิ่มยอดขายในระดับประเทศและต่างประเทศ
คุณภาพดีระดับโลก
พันธกิจ
  1. เพิ่มยอดขายผ้าไหมแพรวาให้สูงขึ้น
  2. พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย
  3. สร้างมาตรฐานและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
รายชื่อสมาชิก

อันดับที่บริษัท/ร้านที่ตั้งสถานประกอบการชื่อ-สกุล ผู้ติดต่อข้อมูลการติดต่อ

SWOT
จุดแข็งจุดอ่อนโอกาสอุปสรรค
  1. เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์และภูมิปัญญาเฉพาะตัว
  2. สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์อื่น
  3. เป็นแหล่งแรงงานฝีมือด้านการทอภายในพื้นที่
  4. มีการรวมกลุ่มเพื่อรับซื้อและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายในกลุ่ม
  5. ได้รับการรับรองขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.)
  1. ขาดการทำตลาดเชิงรุก
  2. ขาดความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และผลิตภัณฑ์แปรรูป
  3. ขาดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์
  4. ขาดความร่วมมือและเกณฑ์ราคากลางเพื่อการจำหน่าย
  5. การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิต
  6. ขาดความเข้มแข็งของการรวมกลุ่ม
  1. นโยบายสนับสนุนของภาครัฐทั้งด้านการจัดการทางธุรกิจและแผนยุทธศาสตร์ระดับจังหวัด
  2. คุณภาพ รูปแบบ และลวดลายของผ้าไหมไทยเป็นที่ยอมรับของลูกค้าต่างประเทศ
  3. เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดภาคอีสาน
  4. อยู่บนเส้นทางการเดินทางไปยังจังหวัดภาคอีสานตอนบน
  5. สินค้าเครื่องนุ่งห่ม ที่มีการเปิดตลาดภายใต้กรอบ FTA ไปแล้วนั้น โดยภาพรวมแล้ว คู่เจรจาได้มีการเปิดตลาดในลักษณะต่างตอบแทน และสุดท้ายมีอัตราภาษีเป็นศูนย์ เป็นประโยชน์กับไทยที่ช่วยให้มีต้นทุนต่ำลงเมื่อเทียบกับคู่แข่งขันที่ยังไม่ได้มีการทำความตกลงเขตการค้าเสรีกับคู่เจรจา FTA ของไทยดังกล่าว
  1. ขาดความต่อเนื่องของการสนับสนุนตามนโยบายภาครัฐ
  2. ความไม่มั่นคงของการเมืองและเศรษฐกิจ
  3. ความหลากหลายของสินค้าทดแทน
  4. กำลังซื้อที่ลดลงของผู้บริโภค
  5. ความไม่สะดวกของเส้นทางคมนาคม
  6. ขาดการพัฒนาและการเชื่อมโยงเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างจริงจัง
  7. สินค้าผ้าไหมที่ ประเทศไทยเจรจา FTA กับจีน ส่งผลกระทบเป็นอุปสรรคต่อการค้าขายสินค้าผ้าไหมภายในประเทศเนื่องจากจีน เป็นผู้ส่งออกสินค้าผ้าไหมรายใหญ่ระดับโลกมีความสามารถในการแข่งขันสูง การลดอัตราภาษีจึงทำให้จีนมีความสามารถในการแข่งขันสำหรับตลาดภายในประเทศไทยสูงขึ้น